สรุปผลการสัมมนา “ การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม : ใครควรมีอำนาจสอบสวน” งานวิชาการรำลึก ศ.จิตติ ติงศภัทิย์ ครั้งที่ 22

17239998_10154370965852011_8457426951185361093_o

 

 

สรุปผลการสัมมนา

“ การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม :  ใครควรมีอำนาจสอบสวน”

งานวิชาการรำลึก  ศาสตราจารย์จิตติ   ติงศภัทิย์  ครั้งที่  22

วันเสาร์ที่  25 มีนาคม  2560

ณ ห้องจี๊ด  เศรษฐบุตร (LT.1)  คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เอกสารประกอบการสัมมนา  สามารถดาวน์โหลดได้ที่

http://www.mediafire.com/file/lhxo7figumwc33g/Main.pdf

http://www.mediafire.com/file/5hbmx8eaxotaacs/Dech-Udom.pdf

http://www.mediafire.com/file/a0xecev7vrymm97/Thanich.pdf

http://www.mediafire.com/file/4zb23crvbgnnecr/Mana.pdf

หรือที่   recapturejitti@gmail.com   รหัสผ่าน   recapture2560

ครั้งแรกที่ผู้เขียนได้มีโอกาสรับทราบข่าวเกี่ยวกับการสัมมนาเรื่อง “การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม: ใครควรมีอำนาจสอบสวน”    นั้นผู้เขียนเชื่อว่าน่าจะเป็นงานที่ตำหนิการทำงานของพนักงานสอบสวนฝ่ายตำรวจเสียส่วนมาก  แต่เมื่อได้ไปร่วมงานสัมมนาแล้วปรากฏตรงกันข้าม  นอกจากได้ประโยชน์จากการสัมมนาแล้ว  ผู้ทรงคุณวุฒิต่างๆ  ได้พยายามอธิบายและหาแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

เสียดายที่การสัมมนาขาดตำรวจที่มีประสบการณ์คือ พล.ต.อ.วิสิษฐ  เดชกุญชร เนื่องจากท่านติดภารกิจ

การสัมมนาทางวาจา

การสัมมนา  มีผู้ดำเนินการสัมมนาคือ ท่าน ศ.ดร.อุดม  รัฐอมฤต  คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ.

และมีท่าน อ.ดร.กมลวรรณ  จิรวิศิษฎ์  อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มธ. เป็นพิธีกร

การเริ่มต้นสัมมนา เริ่มจากผู้ดำเนินการ  ได้อธิบายว่า

ศ.ดร.อุดม  รัฐอมฤต  –  การสอบสวนกำลังมีประเด็นว่าใครควรมีอำนาจสอบสวน  เพราะการสอบสวนเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจรัฐของเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวกับการสอบสวนในคดีอาญา  และปัญหาในที่สุดก็คือว่าตาม ป.วิอาญา เจ้าพนักงานตำรวจหรือเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองควรมีอำนาจสอบสวนหรือไม่

ซึ่งการสอบสวนควรโปร่งใส  เป็นประโยชน์แก่ประชาชนและเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย  โดยผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนนั้นมีฝ่ายปกครอง , ตำรวจ, อัยการ  โดยวิธีการคือจะไปเก็บหลักฐานมาอย่างไรให้     (1) มีประสิทธิภาพในการดำเนินคดีอาญา  (2) ไม่มีการละเมิดสิทธิเสรีภาพจนเกินกว่าเหตุ

ท่าน อ.ดร.กิตติพงษ์   กิตยารักษ์ –  การคุยในประเด็นเรื่องนี้เป็นการคุยกันในเรื่องเดิม ซึ่งมีการคุยกันมานานแล้วและแม้ว่าเป็นเรื่องใหญ่แต่ก็ยังไม่มีการจัดการให้เรียบร้อย

การสอบสวนควรมองในแง่กระบวนการที่นำไปสู่ผลลัพธ์  โดยภาพใหญ่ที่สุดก็คือ กระบวนการสอบสวนได้ดำเนินการสอบสวนเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย  เพื่อ

  • ควบคุมอาชญากรรม
  • มีการดำเนินการกับผู้กระทำความผิดอย่างเหมาะสมและสามารถคืนผู้กระทำความผิดสู่สังคมได้

ปัญหาที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาไม่ยอมไปแตะต้ององค์กรหลัก  ซึ่งได้แก่  ตำรวจ, อัยการและศาล  แต่ไปสร้างองค์กรใหม่  เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ

เรื่องที่สำคัญคือระบบการดำเนินคดีในเชิงปรัชญามีความสำคัญมาก ทั้งในระบบคอมมอนลอว์และในระบบซีวิวลอว์

และปรัชญาที่สำคัญที่สุดในการสอบสวนก็คือ “ การตรวจสอบและถ่วงดุล” กัน

รวมไปถึงการตรวจสอบโดยประชาชน  เช่น การมี ก.ตร.ไว้ตรวจสอบระดับชาติ, ระดับโรงพักและการมีส่วนร่วมของประชาชน

นายมานะ  สิมา –  กล่าวถึงเรื่องปัญหาการสอบสวนระหว่างฝ่ายปกครองกับฝ่ายตำรวจ  โดยไม่เห็นด้วยทีว่าฝ่ายตำรวจมีอำนาจสอบสวนแบบเบ็ดเสร็จแต่เพียงองค์กรเดียว  โดยไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจและกล่าวถึงประวัติการสอบสวน  และสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นที่ว่าตำรวจกับฝ่ายปกครองไม่สามารถสอบสวนร่วมกันได้เนื่องจากอยู่บนหลัก  “Non bis in Idem” แต่การให้ตำรวจสอบสวนฝ่ายเดียวโดยไม่มีการตรวจสอบจากฝ่ายปกครองเลย อาจทำให้มีการใช้อำนาจตามอำเภอใจ

อาจารย์เดชอุดม  ไกรฤทธิ์ –  อธิบายกระบวนการดำเนินคดีในอังกฤษ ที่เดิมตำรวจเป็นผู้ฟ้องคดีต่อศาลเองต่อมาเปลี่ยนเป็นหน่วยงาน CPS  และเห็นว่าควรให้มีการไต่สวนมีมูลฟ้องในคดีแทนการสอบสวน

อาจารย์ธานิศ  เกศวพิทักษ์   ได้อธิบายปัญหาเกี่ยวกับการสอบสวนในหลายประเด็น และปัญหาของพนักงานสอบสวนทั้งในเรื่องเกี่ยวกับค่าตอบแทน, การแต่งตั้งโยกย้ายอย่างไม่เป็นธรรม , ปัญหาในเรื่องการทำงานได้อย่างมีอิสระและมีความภาคภูมิใจในการปฏิบัติหน้าที่ และปัญหานักการเมืองเข้ามาแทรกแซง และปัญหาในปัจจุบันคือเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันตาม ป.วิ อาญา มาตรา 145  เป็นปัญหาเกี่ยวกับระบบการตรวจสอบที่ไม่ใช่ระบบการตรวจแต่เป็นระบบตรวจทาน   และปัญหาที่เกิดขึ้นกับตำรวจในมุมมองของตำรวจเองคือ .-

2017-03-26_14-13-01

ที่มา :  จากหนังสือ  กิตติพงษ์  กิตยารักษ์, เปิดประเด็นปฏิรูปตำรวจ 10 ประเด็นพัฒนาระบบงานตำรวจและร่างกฎหมายที่ผ่านคณะรัฐมนตรี  (กรุงเทพมหานคร: นิวธรรมดาการพิมพ์, 2550), น. 134.

และนอกจากนี้ยังมีผู้เข้าสัมมนาให้ความเห็นเกี่ยวกับควรให้อัยการเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน และมีพนักงานสอบสวนแสดงปัญหาเกี่ยวกับงานสอบสวนที่เกิดขึ้นในปัจจุบันแต่ไม่มีใครสนใจจะแก้.

ส่วนในเอกสารนั้นโดยเฉพาะเอกสารงานของท่าน อ.จิตตินั้นควรศึกษาเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะได้เห็นภาพปัญหาเกี่ยวกับงานสอบสวนที่เกิดขึ้นมานานหลายสิบปีแล้ว.

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s