ปัญหาเขตอำนาจในการสอบสวนคดีหมิ่นประมาททางอินเตอร์เน็ต, ไลน์ หรือเฟสบุค

102002782-facebook-large_trans_NvBQzQNjv4BqhasgUMiR-rxiRxu9qBoVLQpcDfsC-seRM-lm2nZ7XJA

          ปัญหาในการสอบสวนคดีหมิ่นประมาททางอินเตอร์เน็ตมีมากหมายหลายประการ  แต่ปัญหาเบื้องต้นที่เกิดปัญหาขึ้นคือ  เมื่อเกิดเหตุจะไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ใด …ในกรณีที่เกิดหมิ่นประมาททางอินเตอร์เน็ต  หรือเกิดกรณีหมิ่นประมาททางไลน์หรือเฟสบุค. ยี่งมีปัญหาว่าควรจะไปแจ้งความที่ใดดี  ในเรื่องนี้มีหลายความเห็นและยังอาจถือได้ว่าเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอยู่

  • กรณีที่ทราบแน่ชัดว่าผู้โพสข้อความที่ใด…. ซึ่งในทางปฏิบัติเป็นไปได้ยาก  เพราะว่าในการตรวจสอบนั้น เจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่ามีการโพสข้อความที่ใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่เป็นการโพสข้อความผ่านทางไลน์หรือเฟสบุค  แต่หากทราบได้แน่ชัดว่าผู้โพสข้อความโพสที่ใด  ก็อาจถือตามสถานที่โพสข้อความว่าเป็นที่เกิดเหตุตาม ป.วิ อาญา มาตรา 18  แต่หากถือตามเอาที่โพสข้อความปัญหาจะเกิดตามมาในทางปฏิบัติคือ  หากนาย ก.โพสข้อความที่จังหวัดนครราชสีมา  แต่ผู้เสียหายอยู่จังหวัดพัทลุง  จะเกิดปัญหาในการดำเนินคดีทันที  แม้ว่าตาม ป.วิ อาญาจะกำหนดให้ผู้เสียหายร้องทุกข์ที่พัทลุงได้ แล้วส่งให้ พนักงานสอบสวนที่นครราชสีมาดำเนินการได้ แต่ลำพังการร้องทุกข์แต่เพียงอย่างเดียวนั้น  อาจไม่ค่อยมีปัญหาแต่การสอบสวนพยาน  รวมทั้งการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ  ย่อมเกิดปัญหาตามมา  เพราะเป็นการยากที่พนักงานสอบสวนที่นครราชสีมา จะมารวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ  ที่เกิดขึ้นหรือที่เกี่ยวข้องกับผู้เสียหายที่จังหวัดพัทลุงได้   ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาในกระบวนการรวบรวมพยานหลักฐานพอสมควร
  • กรณีที่ไม่ทราบแน่ชัดว่าผู้โพส โพสข้อความที่ใดนั้น โดยทั่วไปแล้วส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นความผิดต่อเนื่องกันหลายที่ เนื่องจากไม่สามารถระบุได้ว่าผู้โพสข้อความหมิ่นประมาทดังกล่าวโพสข้อความที่ใด

ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ผู้เสียหายย่อมไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าผู้โพสข้อความดังกล่าวโพสข้อความที่ใด จึงน่าจะเป็นกรณีที่ไม่ทราบแน่ชัดว่าความผิดเกิดขี้นที่ใด   แต่การพิจารณาว่าจะไปแจ้งความร้องทุกข์เพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนมีอำนาจสอบสวนนั้น  ผู้เขียนเห็นว่าควรพิจารณาในเรื่องนี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่   2155/2518    ความผิดฐานหมิ่นประมาทนั้นต้องถือว่าเกิดขึ้นในตำบลที่ข้อความหมิ่นประมาทปรากฏขึ้นด้วย       โจทก์บรรยายถึงที่เกิดเหตุในฟ้องคดีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยเอกสารหนังสือพิพม์ว่า “ฯลฯ เหตุเกิดที่สำนักงานหนังสือพิมพ์ นน.ปช. แขวงวัดสระเกศ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานครและตลอดทั่วราชอาณาจักรไทย เพราะหนังสือพิมพ์ นน.ปช. มีจำหน่ายทั่วราชอาณาจักรฯลฯ” เช่นนี้พอเข้าในแล้วว่าหนังสือพิพม์ที่มีข้อความหมิ่นประมาทนั้นปรากฏขึ้นในท้องที่จังหวัดเชียงใหม่ด้วย จึงต้องถือว่าความผิดได้เกิดในจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งย่อมรวมทั้งอำเภอที่อยู่ในเขตอำนาจศาลแขวงเชียงใหม่ด้วย โจทก์จึงมีสิทธิยื่นฟ้องต่อศาลแขวงเชียงใหม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 22 และคำบรรยายฟ้องดังกล่าวเป็นการบรรยายรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำผิดพอสมควรเท่าที่จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) แล้ว ศาลแขวงเชียงใหม่จึงต้องดำเนินการไต่สวนมูลฟ้องให้

ดังนั้นหากเปรียบเทียบคำพิพากษาฉบับนี้กับความผิดที่เกิดขึ้นกับเฟสบุค  หรือไลน์  ต้องถือว่าหากข้อความหมิ่นประมาทปรากฏขึ้นที่ใด  ผู้เสียหายย่อมสามารถแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนท้องที่ที่ข้อความหมิ่นประมาทปรากฏขึ้นและมีอำนาจสอบสวนในความผิดดังกล่าวด้วย

และหากดูประกอบกับ คำพิพากษาฎีกาที่ 3799/2557

“ โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกล่าวข้อความหมิ่นประมาทโจทก์ทางโทรศัพท์ต่อ ค. บุคคลที่สามซึ่งโทรศัพท์มาจากประเทศญี่ปุ่น ขณะนั้นจำเลยอยู่ในประเทศไทย ทำงานอยู่ที่บริษัท อ. แต่ไม่ทราบแน่ชัดว่าวันดังกล่าวจำเลยอยู่ที่ไหน จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่บริษัท ซ. แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร #ดังนี้ โจทก์ได้บรรยายสถานที่เกิดเหตุว่าเหตุเกิดที่ประเทศญี่ปุ่นและที่ประเทศไทย แต่จะเกิดเหตุที่บริษัทที่จำเลยทำงานอยู่หรือเกิดที่ภูมิลำเนาของจำเลยหรือที่ใดในประเทศไทยไม่ทราบแน่ชัด ซึ่งจำเลยสามารถรู้และเข้าใจได้ถึงข้อหาที่จำเลยถูกกล่าวหาเพราะคำฟ้องได้กล่าวถึงบุคคลและสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดซึ่งจำเลยทราบอยู่แล้ว ถือได้ว่าคำฟ้องโจทก์ได้กล่าวถึงรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำความผิดรวมทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้อง #พอสมควรเท่าที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) แล้ว

จะเห็นได้ว่าศาลฎีกาไม่ได้พิจารณาเรื่องที่บุคคลที่สามจะอยู่ที่ใด  โดยแม้ว่าจะโทรศัพท์ระหว่างประเทศก็ตาม

ดังนั้นผู้เขียนจึงมีความเห็นว่า  เมื่อผู้เสียหายตรวจสอบพบมีการปรากฏของข้อความที่หมิ่นประมาทเกิดขึ้นที่ใด  ผู้เสียหายย่อมสามารถร้องทุกข์และพนักงานสอบสวนในท้องที่ดังกล่าวก็มีอำนาจสอบสวนในเรื่องนี้ด้วย.

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s